วิจัยเผย "โรค" ที่คนเกือบ 2 พันล้าน เสี่ยงป่วยในปี 2050 ระบาดหนักในกลุ่มวัยทำงาน!

ภัยเงียบคนรุ่นใหม่! คาดการณ์ปี 2050 ประชากร 1.8 พันล้านคนทั่วโลกจะเผชิญ "โรคตับอักเสบจากระบบเผาผลาญ"
งานวิจัยล่าสุดเตือนว่าภายในปี 2050 ประชากรโลกกว่า 1,800 ล้านคน จะเผชิญกับโรคตับพอกไขมันที่สัมพันธ์กับระบบเผาผลาญผิดปกติ (MASLD) โดยมีสาเหตุหลักมาจากภาวะโรคอ้วนและระดับน้ำตาลในเลือดที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลก
MASLD: โรคตับพอกไขมันชนิดใหม่ที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว
ผลการศึกษาจากสถาบันการวัดและประเมินผลด้านสุขภาพ (IHME) มหาวิทยาลัยวอชิงตัน ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Lancet Gastroenterology & Hepatology ระบุว่าโรคตับพอกไขมันที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของระบบเผาผลาญ หรือ MASLD (เดิมเรียกว่า NAFLD) กลายเป็นโรคตับที่แพร่หลายและเติบโตเร็วที่สุดในโลก
สถิติที่น่าสนใจจากการวิจัย:
- ปี 1990: มีผู้ป่วยประมาณ 500 ล้านคน
- ปี 2023: จำนวนผู้ป่วยพุ่งสูงถึง 1,300 ล้านคน (เพิ่มขึ้น 143% ใน 3 ทศวรรษ)
- ปี 2050: คาดการณ์ว่าจะมีผู้ป่วยเพิ่มเป็น 1.8 พันล้านคน หรือเพิ่มขึ้นอีก 42%
ใครคือกลุ่มเสี่ยง? และอะไรคือสาเหตุหลัก?
งานวิจัยพบว่าระดับน้ำตาลในเลือดสูงคือปัจจัยอันดับหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาจาก MASLD ตามมาด้วยดัชนีมวลกาย (BMI) ที่สูงและการสูบบุหรี่ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับโรคเบาหวานประเภทที่ 2 และโรคอ้วน
ช่วงอายุที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด:
- เพศชาย: พบมากที่สุดในช่วงอายุ 35-39 ปี
- เพศหญิง: พบมากที่สุดในช่วงอายุ 55-59 ปี
- โดยรวมโรคนี้พบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง และมีอุบัติการณ์สูงสุดในกลุ่มผู้สูงอายุช่วง 80-84 ปี
อาการและการสังเกตเบื้องต้น
ตามข้อมูลจากหน่วยงานบริการสุขภาพแห่งชาติอังกฤษ (NHS) โรคนี้มัก "ไม่แสดงอาการ" ในระยะแรก และหลายคนไม่รู้ตัวว่าป่วยจนกว่าจะมีการตรวจเลือดด้วยเหตุผลอื่น อย่างไรก็ตาม หากมีอาการอาจพบสัญญาณดังนี้:
- รู้สึกอ่อนเพลียมาก หรือเหนื่อยง่ายผิดปกติ
- รู้สึกไม่สบายตัวโดยรวม
- มีอาการปวดหรือตึงบริเวณตับ (ใต้ชายโครงด้านขวา)
แม้ว่าความก้าวหน้าทางการแพทย์จะช่วยให้ผู้ป่วยมีอายุยืนยาวขึ้น แต่จำนวนเคสที่เพิ่มขึ้นหมายถึงความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนรุนแรงในอนาคต เช่น ตับแข็ง หรือ มะเร็งตับ
บทสรุปและการป้องกัน
ผู้เชี่ยวชาญเน้นย้ำว่า MASLD เริ่มส่งผลกระทบต่อคนอายุน้อยลงเรื่อยๆ เนื่องจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่แย่ลง การรับรู้ถึงภัยเงียบนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญระดับโลก การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ด้วยการควบคุมน้ำหนัก ลดน้ำตาล และหมั่นตรวจสุขภาพเป็นประจำ คือหัวใจสำคัญในการลดความเสี่ยงและป้องกันความรุนแรงของโรคที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

อ้างอิงข้อมูล: สถาบันการวัดและประเมินผลด้านสุขภาพ (IHME) มหาวิทยาลัยวอชิงตัน และวารสาร Lancet Gastroenterology & Hepatology
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี